เช็คโหลดปลั๊กพ่วง — เสียบเท่านี้ปลอดภัยไหม
ปลั๊กพ่วงเป็นของชิ้นเดียวบนโต๊ะทำงานที่เลือกผิดแล้วอันตรายจริง ไม่ใช่แค่ใช้ไม่สะดวก
ตัวเลขที่ต้องรู้มีตัวเดียว
ปลั๊กพ่วงทุกตัวมีพิกัดกระแสพิมพ์อยู่บนตัวมัน โดยทั่วไปคือ 10A หรือ 16A เมื่อคูณกับแรงดันไฟบ้านในไทยที่ 230 โวลต์ จะได้กำลังไฟสูงสุดราว 2,300 วัตต์ และ 3,680 วัตต์ ตามลำดับ
ตัวเลขนั้นคือผลรวมของทุกอย่างที่เสียบพร้อมกัน ไม่ใช่ต่อช่อง — จุดนี้คือสิ่งที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด
อุปกรณ์ทำงานที่บ้านทั้งชุด (โน้ตบุ๊ก จอ ไฟตั้งโต๊ะ เราเตอร์ ลำโพง) รวมกันมักไม่ถึง 300 วัตต์ ปัญหาเกิดตอนมีคนเอากาต้มน้ำหรือฮีตเตอร์มาเสียบร่วม ซึ่งชิ้นเดียวก็ 1,500–2,000 วัตต์แล้ว
คำนวณยังไง
กำลังไฟสูงสุด (วัตต์) = พิกัดกระแส (แอมป์) × แรงดันไฟ (230 โวลต์ในไทย)
เราตั้งเกณฑ์เตือนไว้ที่ 80% ของพิกัด ไม่ใช่ 100% เพราะการใช้งานใกล้พิกัดเต็มเป็นเวลานานทำให้สายและเต้ารับร้อนสะสม มาตรฐาน มอก. 2432-2555 เองก็ระบุเงื่อนไขอุณหภูมิแวดล้อมไม่เกิน 40°C และถ้าใช้ต่อเนื่องอุณหภูมิเฉลี่ยต้องไม่เกิน 35°C
ค่าวัตต์ของอุปกรณ์แต่ละชิ้นที่เราใส่ไว้เป็นค่ากลางของรุ่นที่ขายทั่วไปในไทย ของจริงดูได้จากฉลากบนอุปกรณ์หรืออะแดปเตอร์ ถ้าอยากแม่นกว่านี้ใส่เองได้
เลือกปลั๊กพ่วงยังไงให้ปลอดภัย
- ดู มอก. 2432-2555 ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับของไทยสำหรับปลั๊กพ่วง มีผลตั้งแต่ 24 ก.พ. 2561 — เครื่องหมาย มอก. ต้องอยู่บนตัวปลั๊ก ไม่ใช่แค่บนกล่องหรือสาย
- ต้องมีม่านนิรภัย (shutter) ทุกเต้า ป้องกันนิ้วสัมผัสส่วนที่มีไฟ
- รุ่นที่มี 3 เต้าขึ้นไปต้องใช้เบรกเกอร์ ไม่ใช่ฟิวส์ ตามข้อกำหนดของมาตรฐาน
- ต้องเป็นปลั๊ก 3 ขากลม ตาม มอก. 166-2549 และมีสายดินครบทุกเต้า
- ระวังของถูกผิดปกติ จุดที่มักถูกลดต้นทุนคือปริมาณทองแดงในสาย ซึ่งเป็นจุดที่ร้อนและไหม้
สัญญาณอันตรายที่ต้องหยุดใช้ทันที
- ตัวปลั๊กหรือสายอุ่นผิดปกติเวลาจับ
- มีกลิ่นไหม้ กลิ่นพลาสติกร้อน แม้จาง ๆ
- เต้ารับหลวม เสียบแล้วโยกได้ หรือมีประกายไฟตอนเสียบ
- รอยไหม้สีน้ำตาลหรือดำรอบรูเสียบ
- เบรกเกอร์บนปลั๊กตัดบ่อยกว่าปกติ